secondary infertility ภาวะมีบุตรยากประเภทที่สอง คืออะไร?

ภาวะมีบุตรยากประเภทที่สอง

ภาวะมีบุตรยากประเภทที่สอง (secondary infertility) หมายถึง

       การมีปัญหาในการตั้งครรภ์และการอุ้มครรภ์จนครบกำหนดคลอด หลังจากที่เคยมีลูกมาแล้วอย่างน้อยหนึ่งคน secondary infertility พบได้ค่อนเยอะในปัจจุบัน มากถึง 20% ของคู่สมรสที่ต้องการมีลูกมากกส่า 1 คน

      โดยเกิดได้จากหลายๆ สาเหตุ เช่น สภาวะความพร้อมในการตั้งครรภ์ของคุณเป็นสิ่งที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา คุณภาพและจำนวนไข่ที่ผู้หญิงมีจะลดลงเมื่อมีอายุมากขึ้น เช่นเดียวกัน

      สำหรับผู้ชายจำนวนสเปิร์ม การเคลื่อนไหวและรูปร่างของสเปิร์มจะมีคุณภาพลดลงด้วย ปัจจัยอื่นๆ อาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการตั้งครรภ์เป็นครั้งที่สองเช่นกัน เช่น การมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นหลังคลอด การมีปัญหาติดเชื้อ อาหารที่รับประทาน การขาดการออกกำลังกายสามารถก่อให้เกิดปัญหา secondary infertility ได้ทั้งสิ้น

 

วิธีปฏิบัติตัวหากตกอยู่ในภาวะ secondary infertility

1. เริ่มต้นลูแลร่างกายตัวเอง

โภชนาการที่ดี และการออกกำลังกาย : การมีน้ำหนักตัวมากมีความสัมพันธ์โดยตรงกับปัญหาการมีบุตรยากสำหรับฝ่ายหญิง (ผู้ชายที่มีน้ำหนักตัวเกินส่งผลทำให้มีลูกยากได้เช่นกัน แต่ผลกระทบนั้นไม่ชัดเจนเท่ากับฝ่ายหญิง) โดยเฉพาะอย่างยิ่งการมีฮอร์โมนผลิตออกมามากเนื่องจากร่างกายมีไขมันมาก ส่งผลทำให้ความสามารถในการมีลูกลดลง

เช่นเดียวกัน ผู้ที่ผอมเกินไปก็สามารถพบปัญหามีลูกยากได้เช่นกัน การมีค่าดรรชนีมวลร่างกาย (BMI: Body Mass Index) อยู่ระหว่าง 18.5 ถึง 24.0 ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ “ปกติ” และเหมาะสมสำหรับผู้ต้องการมีบุตร

การออกกำลังกายก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน ส่งผลดีต่อร่างกายและสภาพอารมณ์จิตใจของคุณด้วย การออกกำลังกายจะส่งผลให้ระบบไหลเวียนโลหิตทำงานอย่างคล่องแคล่ว ทำให้เลือดหมุนเวียนไปเลี้ยงอยัววะต่างๆ รวมทั้งอวัยวะในระบบสืบพันธุ์มากขึ้น การทำโยคะก็ส่งผลดีต่อผู้ต้องการมีบุตรเช่นกัน

2. การพบแพทย์เฉพาะทาง

หากให้เวลากับวิธีการด้านบนแล้วยังไม่สำเร็จ อาจพิจารณาเข้าพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อขอความช่วยเหลือให้สามารถมีบุตรได้ จะเข้าพบเมื่อไหร่มีข้อพิจารณาเช่นเดียวกับภาวะผู้มีบุตรยากทั่วไป (primary infertility) คือ หากอายุไม่ถึง 35 ปี มีเพศสัมพันธ์ตามปกติสัปดาห์ละสองสามครั้ง ผ่านไปแล้วหนึ่งปียังไม่มึลูก

แนะนำให้พบแพทย์เฉพาะทางได้ และถ้ามีอาการ เช่น มีอาการปวดท้องอย่างรุนแรงตอนมีประจำเดือน พบว่ามีมูกมาก รู้สึกมีไม่ค่อยมีอารมณ์ร่วม หรือรู้สึกเจ็บแปลบขณะหลั่ง หรือปล่อยมาแล้วเป็นเวลามากกว่า 6 เดือนแต่ยังไม่ติด แนะนำให้เข้าพบแพทย์เฉพาะทาง และทำการตรวจทั้งฝ่ายชายและหญิง

*** บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้

• สอบถามข้อมูลการรักษา •

ติดต่อทางไลน์ @ ศูนย์มีบุตรยาก Iv fthai Center
Total Page Visits: 303 - Today Page Visits: 1